ความแตกต่างระหว่าง Microsoft และ Apple

Apple และ Microsoft เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ก่อตั้งในเวลาไล่เลี่ยกันไม่ถึงหนึ่งปี

Apple ก่อตั้งโดย Steve Jobs, Steve Wozniak และ Ronald Wayne ซึ่งมี Wozniak เป็นวิศวกรหลักในช่วงแรก เช่นเดียวกับ Microsoft ที่ Bill Gates และ Paul Allen เป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งในช่วงแรกๆ บริษัททั้งสองแห่งนี้มีการแข่งขันกันที่ดุเดือดมาก เพราะอยู่พื้นที่ตลาดเดียวกัน กลุ่มลูกค้ากลุ่มเดียวกัน คือต้องการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีราคาถูกกว่าคอมพิวเตอร์แบบองค์กร ซึ่งตอนนั้น IBM เป็นเจ้าตลาดอยู่

เวลาผ่านไปไม่นาน มีหลายเรื่องราวเกิดขึ้นทั้งกับ Apple และ Microsoft เอง

Apple และ Microsoft ก็ยังเป็นคู่แข่งด้านระบบปฏิบัติการ(operating system) ที่ดุเดือดที่สุดในเวลานั้น แต่อุดมการณ์ของ CEO ทั้งสองคนมีจุดเล็กๆ ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยคือ Steve Jobs ต้องการสร้างระบบปิด มีความสมบูรณ์ในระบบเอง แต่ Bill Gates เลือกที่จะสนับสนุนระบบเปิด คือให้มีผู้ทำซอฟแวร์เข้ามาเชื่อมต่อกับระบบได้ และเน้นไปที่ปริมาณการขายมากกว่า ในช่วงแรก Microsoft สามารถทำยอดขายได้มากกว่า Apple  เพราะ hardware ที่ Apple ทำออกมานั้น ไม่ถูกใจกับเหล่าวิศวกร และผู้ใช้งานพื้นฐาน ต่างกับ Microsoft ที่ทำ hardware ให้รองรับทิศทางการบริโภคของตลาด

วันแล้ววันเล่า การพัฒนาทำระบบปิดได้รับความนิยมสูงขึ้น เนื่องจาก hardware และ software ทำงานประหนึ่งเดียวกัน และมีข้อผิดพลาดน้อยกว่า ประกอบกับการออกแบบที่ถูกใจผู้บริโภค คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไม่ได้ดูใหญ่เทอะทะเหมือนในอดีตที่ผ่านมา จึงทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของ Apple ค่อยๆ กลับมาเติบโต จึงเกิดเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจของ Apple และ Microsoft ดังที่จะอธิบายต่อไปนี้

Think-Different-campaign_1024x1024

Apple มุ่งหวังเน้นเรื่องการออกแบบ และความแปลกใหม่ตามเจตนารมณ์ของ Jobs คือ “Think Different”

สินค้าที่ออกมาแต่ละชิ้นจึงดูแปลกตา น่าจับจอง เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจริงในยุคสมัยนั้น ดูตัวอย่างได้จาก iPod ที่ต้องการเปลี่ยนจาก CD walkman ของ Sony ที่ใหญ่เทอะทะ ประกอบกับสามารถบรรจุเพลงได้สูงสุดไม่เกิน 20 เพลง แต่ iPod นั้นสามารถใส่เพลงเข้าไปได้ถึง 1000 เพลง ในขนาดที่เล็กกว่า

แต่ก็ใช่ว่า Microsoft จะไม่เปิดตัวผลิตภัณฑ์อื่น แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่ได้ถูกหยิบมาพูดถึงเป็นที่น่าสนใจในวงกว้าง ยกตัวอย่างไลน์ผลิตภัณฑ์เช่น Xbox ที่เจาะจงเฉพาะกลุ่มนักเล่นเกมส์ Palm ที่เป็นมือถือส่วนบุคคลที่มีปากกาเครื่องแรกของโลก

แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือบุคลิกของ CEO

funny-pictures-auto-406252

Steve Jobs เป็นผู้ที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับสินค้าใหม่ได้อย่างน่าสนใจ กระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค หลายสำนักวิจัยบอกว่า Jobs ใช้จิตวิทยาในการนำเสนอสินค้า มีการเรียบร้อย เลือกใช้คำ และมีความเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี จึงเกิดเป็นหนังสือสอนนำเสนอแบบ Steve Jobs หลายเล่มในปัจจุบัน แตกต่างกับ Bill Gates ที่ไม่ได้น่าสนใจอย่างที่คิด พูดถึงเทคโนโลยีอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่รู้สึกไม่อินกับสินค้าที่เปิดตัวในตอนนั้น

เมื่อสินค้าอย่าง Macbook, iPod, iPad และที่สำคัญ iPhone เปิดตัว

ส่วนแบ่งการตลาดของ Apple ก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ราคาหุ้นก็พุ่งทะยานสูงขึ้นเกินกว่า 100$ ต่อหุ้น จนทำให้ Microsoft ต้องแก้เกมส์ด้วยการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรภายในครั้งใหญ่ มีการเปลี่ยนตัว CEO เปลี่ยนรูปลักษณ์ของสินค้าให้ดูทันสมัย ไม่เจาะจงขายกับกลุ่มองค์กรอีกต่อไป แต่ความต้องการซื้อ ความต้องการเป็นเจ้าของของผู้บริโภคนั้นก็ยังไม่สามารถแข่งขันกับ Apple ได้ ช่วงหลังๆ Microsoft จึงทิ้งไลน์การผลิตบางส่วนของตัวเอง แล้วไปมุ่งพัฒนาระบบปฏิบัติการหลักที่ยังเป็นแกนหลักในการทำรายได้ มีการสร้าง software และ hardware ที่เปิดให้ผู้พัฒนาภายนอกเข้ามาเชื่อมต่อเพื่อหวังเน้นการผูกพันธ์ และปริมาณการใช้จากคนทั่วไปให้มากขึ้น

stock

ท้ายที่สุดแล้ว Microsoft จึงตัดสินใจกระโดดเข้าวงการปัญญาประดิษฐ์ หรือ machine learning เพื่อต้องการนำมาสร้าง software ที่สามารถเข้ากับ hardware ที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเองได้ เราก็ต้องมาดูกันต่อไปว่าเทคโนโลยีที่ Microsoft จะนำมาเลือกใช้นั้น สามารถแย่งส่วนแบ่งการตลาดสินค้าอื่นจาก Apple ได้มากน้อยเพียงใด แล้วก็เข้าถึงความรู้สึกของผู้บริโภคปลายทางได้นานแค่ไหน เราก็ต้องมาดูกันแล้วว่า CEO สายเลือดใหม่อย่าง Tim Cooks ที่ก้าวขึ้นมาบริหาร Apple กับ Satya Nadella ที่บริหาร Microsoft จะนำพาธุรกิจ และอุดมการณ์ของ CEO รุ่นเก๋าไปได้ไกลมากน้อยเพียงใด

You might also like