4 วิธีทำยังไงไม่ให้แบตฯ ไอโฟนเสื่อมก่อนเวลา

ไอโฟนแบตเสื่อม แก้ได้ด้วยวิธีเหล่านี้


เดี๋ยวนี้สมาร์ทโฟนเรียกได้ว่าแทบจะเป็นอวัยวะที่ 33 ของคนเราไปแล้ว ด้วยความที่มันมอบความสะดวกสบายให้กับเราในหลายๆ ด้าน เพราะเป็นได้ทั้งโทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป คอมพิวเตอร์ เครื่องคิดเลข สมุดบัญชีรายรับ-รายจ่าย ฯลฯ แบบนี้จะไม่ให้พกติดตัวตลอดได้ยังไงใช่ไหมครับ และแน่นอนว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก ไอโฟน (iPhone) สมาร์ทโฟนดังจากแบรนด์ แอปเปิล (Apple) ที่ครองใจสาวกทุกเพศทุกวัย ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอีกทุกครั้งที่รุ่นใหม่ออกมา ทั้งที่ไอโฟนเครื่องนึง ราคาไม่ใช่น้อยๆ เลย (ไอโฟน 6 ราคาเริ่มต้นที่ 22,500 บาทแน่ะ!)

และอย่างที่เราทราบกันดีว่า ของทุกอย่างย่อมมีการเสื่อมไปตามกาลเวลา และปัญหาที่คนจำนวนมากเจอกันกับสมาร์ทโฟนก็คือ แบตเตอรี่เสื่อมก่อนเวลานั่นเอง โดยสัญญาณของแบตเสื่อม อาจจะเป็น

  • แบตหมดไวมาก
  • ชาร์จไม่เข้า หรือถ้าชาร์จเข้าก็ต้องชาร์จทิ้งไว้นาน
  • ตัวเลขแสดงแบตไม่คงที่
  • ชาร์จเต็มเร็วกว่าปกติ

ซึ่งเมื่อเราได้ครอบครองไอโฟนสักเครื่อง เราก็ต้องอยากใช้มันไปนานๆ ให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปใช่ไหมคะ ดังนั้น มาดูกันค่ะว่า จะมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยไม่ให้แบตไอโฟนของเราเสื่อมก่อนเวลา

1. เก็บให้ห่างจากบริเวณที่อุณหภูมิสูงหรือต่ำกว่าปกติ

ไอโฟนออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับอุณหภูมิที่หลากหลายโดยมีช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดอยู่ระหว่าง 16 – 22 °C โดยเราต้องระวังไม่ให้อุปกรณ์สัมผัสกับอุณหภูมิที่สูงเกินกว่า 35 °C เพราะอาจส่งผลให้ความจุของแบตเตอรี่ลดลงอย่างถาวร

นอกจากนี้ การชาร์จไฟไอโฟนในที่ที่มีอุณหภูมิสูงก็อาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมลงมากกว่าเดิมได้ด้วย แม้แต่การเก็บแบตไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงก็ทำให้แบตเสื่อมได้เหมือนกัน

2. ควรถอดเคสบางประเภทออกระหว่างชาร์จ

ไอโฟนแบตเสื่อม

เคสบางประเภทอาจจะหนาเกินไปทำให้เวลาชาร์จแบตเครื่องร้อนมากเกินไป ซึ่งสามารถส่งผลเสียต่อความจุของแบตเตอรี่ได้ ฉะนั้น ถ้าเมื่อไรก็ตามที่สังเกตเห็นว่า ไอโฟนของเราร้อนตอนชาร์จ ให้ถอดเคสออกก่อน

3. เลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เครื่องร้อน

เวลาใช้เครื่องแล้วรู้สึกว่าเครื่องเริ่มร้อนแสดงว่ามีการใช้ไฟในปริมาณมาก และประเทศไทยก็ร้อนอยู่แล้ว อุณภูมิของเครื่องก็เลยยิ่งสูงขึ้นได้ง่าย กิจกรรมที่จะทำให้เครื่องร้อน เช่น เล่นไอโฟนในที่ที่อากาศร้อนมากๆ เช่น กลางแดด หรือที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท หรือชาร์จไปเล่นไป ทำให้ไอโฟนใช้ 2 ฟังก์ชั่นพร้อมกันคือ Input กับ Output เวลาเครื่องร้อนแนะนำว่าอย่าเล่นต่อ ให้วางพักไว้จนความร้อนระบายออกไป แบบนี้ก็จะช่วยทำให้แบตไม่เสื่อมสภาพก่อนเวลาได้นะคะ

4. ชาร์จไว้ครึ่งหนึ่งของความจุ หากจะเก็บไว้นานๆ

ถ้าอยากเก็บไอโฟนไว้เป็นระยะเวลานานพอสมควร ปัจจัยหลักสองประการที่จะส่งผลต่อสภาพโดยรวมของแบตเตอรี่ คืออุณหภูมิของสภาพแวดล้อม และระดับการชาร์จของอุปกรณ์เมื่อปิดเครื่องเพื่อจัดเก็บ ฉะนั้น

  • ปิดไอโฟนเพื่อไม่ให้มีการใช้งานแบตเตอรี่อีก
  • เก็บไอโฟนไว้ในที่ที่มีอากาศเย็น ปราศจากความชื้น มีอุณหภูมิต่ำกว่า 32 °C
  • ถ้าจะเก็บนานเกิน 6 เดือน ให้คุณชาร์จไฟไว้ที่ 50% ทุกๆ 6 เดือน

แล้วชาร์จกี่ครั้งแบตถึงเสื่อม?

แบตเตอรี่เมื่อใช้ไปนานๆ ย่อมมีการเสื่อมสภาพลงตามเวลา ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเป็นแบตชนิดไหนด้วย โดยแบตเตอรี่ไอโฟน เป็นชนิด Lithium-ion polymer ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ด้วยอายุแบตเตอรี่ที่ยืนยาว ให้พลังงานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง สะดวกในการใช้งานและชาร์จ

iPhoneHoHo - Charge battery - 01

จากรูป จะเป็น Cycle การชาร์จแบตของไอโฟน โดยในช่วง 2 ชั่วโมงแรก แบตเตอรี่จะถูกชาร์จอย่างรวดเร็วจนมีระดับ 80% ช่วงนี้แบตจะร้อนมากจากการชาร์จประจุอย่างรวดเร็ว หลังจากชั่วโมงที่ 2 ไปถึงชั่วโมงที่ 4 จะเป็น Trickle Charge ซึ่งก็คือ ประจุจะค่อยๆ ชาร์จช้าๆ จนเต็ม แอปเปิลใช้วิธีการนับ Cycle ของการชาร์จในการบ่งบอกความเสื่อมสภาพของแบต โดยไอโฟน สามารถชาร์จได้ถึง 500 Cycle (กว่าจะถึงจุดนั้นก็อาจจะประมาณ 2 ปี) ก่อนประสิทธิภาพของแบตจะลดลงเหลือ 80% และถ้าใช้ไปต่ออีก 800 Cycle ประสิทธิภาพของมันจะลดลงเหลือ 64% (ที่มาข้อมูล : Apple)

วิธีการนับ Cycle

สำหรับการนับ Cycle เราจะนับตามจำนวนใช้จริงโดยที่ 1 Cycle จะเท่ากับ 100% เช่น วันนี้เราใช้แบตไป 30% แล้วก็ชาร์จจนเแบตเต็ม พรุ่งนี้ใช้อีก 70% แล้วชาร์จจนเต็ม จะนับเป็น 1 Cycle ไม่ใช่ 2 Cycle ค่ะ เพราะฉะนั้น การชาร์จแบตไอโฟน เราสามารถชาร์จเมื่อไรก็ได้ และจะชาร์จบ่อยขนาดไหนก็ได้ ไม่ได้ทำให้แบตเสื่อมเร็วขึ้นแต่อย่างใด (ที่มาข้อมูล : Apple)

แล้วถ้าแบตเสื่อม ต้องทำอย่างไร?

ศูนย์บริการต่างๆ จะมีเครื่องที่คอยตรวจสอบประสิทธิภาพของแบตอุปกรณ์ทั้งหลายของแอปเปิ้ลอยู่แล้ว ถ้าเรารู้สึกว่าแบตของเรามีอาการอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น สามารถนำเครื่องไปที่ศูนย์บริการได้ ถ้าทางศูนย์พบว่าแบตเสื่อมจริง ก็ต้องดูว่าเครื่องเราอยู่ในประกันไหม โดยประกันปกติจะอยู่ที่ 1 ปี ถ้าแบตเสื่อมจริงก็สามารถเคลมเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ได้ แต่หากเลยระยะประกันไปแล้ว จะมีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตหรือเครื่องใหม่ สิ่งของเครื่องใช้ของเราไม่ว่าจะถูกหรือแพงยังไงเราก็ควรเรียนรู้วิธีการใช้ของมันที่ถูกต้องและเหมาะสมเพื่อให้เราสามารถใช้สิ่งของเหล่านี้ให้ได้เต็มประสิทธิภาพและยาวนานที่สุด คุ้มค่ากับเงินที่หามาอย่างยากลำบากนะคะ

ขอบคุณข้อมูล จาก : www.Masii.co.th